13 ปราสาทในเยอรมัน สวยเหมือนในเทพนิยาย

13 ปราสาทในเยอรมัน สวยเหมือนในเทพนิยาย

ประเทศเยอรมันมีสถานที่ท่องเที่ยวที่แสดงถึงประวัติศาสตร์เยอรมันเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ วิหาร พระราชวังต่างๆ
รวมไปถึงปราสาทต่างๆ ซึ่งที่นี่มีปราสาทเยอะมากมายหลายแห่ง และปราสาททุกหลังของประเทศเยอรมันนั้น ล้วนมี
ความสวยงามเหมือนดั่งอยู่ในเทพนิยาย ให้จินตนาการราวกับว่าเราเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ที่อยู่ในปราสาทอันยิ่งใหญ่
อลังการ ปราสาทแต่ละหลังก็มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาแตกต่างกันไป วันนี้เรารวบรวมถึง 13 ปราสาทในเยอรมัน
สวยเหมือนในเทพนิยาย มาไว้ที่นี่แล้ว ไปชมความสวยงามเหล่านี้ได้เลยยย

 

1.ปราสาทไฮเดิลแบร์ค (Heidelberg Castle)

ปราสาทไฮเดลเบิร์กสร้างจากหินทรายแดง ในแบบ Gothic Renaissance เคยเป็นที่พำนักของผู้ปกครองเมืองไฮเดลแบร์ก ด้านในมีถังไวน์
ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไว้เก็บภาษีไวน์ที่ได้มาจากชาวบ้าน สูงถึง 7 เมตร กว้าง 8 เมตร และเก็บไวน์ได้ถึง 220,000 ลิตร และมีพิพิธภัณฑ์
เภสัชวิทยา ห้องจัดแสดงยาต่างๆ และมีการค้นพบยาแอสไพริน ยาลดไข้ ครั้งแรกของโลก ที่นี่เคยเสียหายจากการถูกฟ้าผ่า และถูกเผา
ทำลายเมื่อในสมัยสงคราม ถึงแม้จะเหลือแค่เพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังคงความสวยงามอยู่

 

2.ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwansten Castle)

สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1845-86 ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ มิวนิค ประเทศเยอรมนี เป็นปราสาทที่มีความงดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก เพราะ
สถาปัตยกรรมอลังการสุดๆ บรรยากาศทำให้จินตนาการว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงในปราสาทที่อยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ ปราสาทแห่งนี้เป็นต้นแบบ
ปราสาทเจ้าหญิง เจ้าชายในนิยายหลายๆ เรื่อง และเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์อีกด้วย ไม่ว่าจะมาเที่ยวปราสาทนอย
ชวานชไตน์ในช่วงฤดูไหนๆ ก็สวย เป็นความสวยที่แตกต่างกันไป เรามีภาพมาฝากทุกฤดูเลยค่ะ อยากไปเที่ยวช่วงฤดูไหน เลือกเลย

 

 

3.ปราสาทซวิงเกอร์ (Zwinger Palace)

ในอดีตเคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของเจ้าผู้ครองนคร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเอลเบอ สร้างในสถาปัตยกรรมแบบบาโร้ก ที่มีอาคารหลักอยู่หนึ่งหลังที่ล้อม
รอบไปด้วยซุ้มประตูจำนวนสามซุ้ม โดยที่แต่ละซุ้มจะมีทางเดินลอยฟ้าเชื่อมต่อถึงกัน มีสวนลอยที่มีน้ำพุและต้นไม้ประดับอย่างร่มรื่น

 

 

4.ปราสาทเอลทส์ (Eltz Castle)

ปราสาทเอลทส์ ตั้งอยู่ในเมือง Münstermaifeld เป็นคฤหาสน์ของตระกูล “เอลทส์” ซึ่งสืบทอดต่อกันมายาวนานถึง 33 รุ่น ใช้ระยะเวลานานกว่า 850 ปี
โดยทายาทรุ่นต่อๆ มาได้มีการต่อเติมปราสาทแห่งนี้ให้ใหญ่โตขึ้น และที่ปราสาทแห่งนี้มีผู้อยู่อาศัยมาตลอด จึงทำให้ที่นี่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี แม้
จะมีอายุนานหลายร้อยปีมาแล้ว จนปัจจุบันปราสาทนี้ยังคงเป็นทรัพย์สินของตระกูล “เอลทส์” แต่เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมความสวยงามของ
ภายในปราสาทนี้ได้บางส่วน ภายในปราสาทมีการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ ภาพเขียนและข้าวของเครื่องใช้โบราณ ซึ่งล้วนเป็นของมีค่า เช่น เครื่องประดับ
ที่ทำจากเงิน ทอง รวมถึงอาวุธโบราณ ปราสาทเอลทส์เป็นปราสาทอีกหนึ่งแห่งในเยอรมนีที่สวยงามมาก มีความโดดเด่นคือมียอดแหลมเป็นเอกลักษณ์
ด้านล่างเป็นแม่น้ำ Moselle เป็นทำเลที่ดีมากๆ เลยทีเดียว

 

 

5.ปราสาทดราเคินบูร์ก (Schloss Drachenburg)

ปราสาทดราเคินบูร์กตั้งอยู่บนเขาดราเคินเฟลด์ในเมืองเคอนิจส์วินเทอร์ ถูกสร้างตั้งแต่ปี ปี ค.ศ. 1882–1884 ใช้เวลาสร้างเพียง 2 ปีเท่านั้น ปราสาท
หลังนี้ถูสร้างขึ้นเพื่อเป็นปราสาทส่วนตัวของนายธนาคารชาวเยอรมัน หลังจากที่นายธนาคารท่านนี้เสียชีวิตลงจนถึงปัจจุบันกรรมสิทธิ์ในปราสาทหลัง
นี้เป็นของรัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน ซึ่งดูแลรักษาให้มีสภาพสมบูรณ์สวยงามอยู่จนถึงปัจจุบัน

 

 

6.ปราสาทลิกเตนสไตน์ (Schloss Lichtenstein)

ปราสาทลิกเตนสไตน์ตั้งอยู่ใน Swabian Alps เหนือเมืองเล็กๆ Honau ในรัฐบาเดน-เวิร์ทเทมเบิร์กทางตอนใต้ของเยอรมนี ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษ
ที่ 12 เพื่อเป็นป้อมปราการของอัศวินแห่งลิกเตนสไตน์ ปราสาทแห่งนี้มีการเสื่อมสลายตามกาลเวลา ละได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม สร้างขึ้นใหม่อยู่
หลายครั้ง ในการสร้างครั้งล่าสุดเป็นผลงานของดยุควิลเฮล์ม แห่งเวิร์ทเทมเบิร์ก ซึ่งมีแรงบรรดาลใจมาจากนวนิยายชื่อดังเรื่อง Lichtenstein ลักษณะ
จึงคล้ายกับปราสาทของอัศวินในยุคกลาง ปราสาทลิกเตนสไตน์แห่งนี้เริ่มเปิดทำการในปี 1842 โดยมีองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรหลายแห่งได้เข้า
มาร่วมกันจัดการฟื้นฟูตกแต่งปราสาทแห่งนี้ ที่นี่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติค่อนข้างน้อย จึงจัดทัวร์เป็นภาษาเยอรมันเท่านั้น

 

 

7.ปราสาทชเวรีน หรือ ปราสาทร้อยยอด (Schwerin Castle)

ปราสาทชเวรีน หรือ ปราสาทร้อยยอด ตั้งอยู่บนเกาะในทะเลสาบชเวริน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศเยอรมัน เป็นจุดหมายปลายทาง
อันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยอรมัน เป็นปราสาทเก่าแก่ที่ปัจจุบันถูกใช้เป็นอาคารรัฐสภา ซึ่งได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้งเมื่อศตวรรษ
ที่ 19 ความสวยงามของปราสาทแห่งนี้ นอกจากจะสวยงามที่ตัวปราสาทแล้ว ทำเลของปราสาทนี้ก็ดีสุดๆ เพราะเป็นปราสาทที่ถูกล้อมรอบไปด้วย
ทะเลสาบที่งดงามมาก หากใครได้ไปเยือน รับรองได้เลยว่าฟินสุดๆ

 

 

8.ปราสาทโฮเอินท์ซ็อลเลิร์น (Burg Hohenzollern)

อีกหนึ่งปราสาทเทพนิยาย เป็นหนึ่งใน 4 ปราสาทที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในเยอรมัน ตั้งอยู่บนเขาโฮเอินท์ซ็อลเลิร์น ทางทิศใต้ของเมืองเฮ็คคิงเงิน
ในรัฐบาเดิน – เวือร์ทเทิมแบร์ค ประเทศเยอรมนี ยอดแหลมของปราสาทโฮเฮนโซลเลิร์นสูงเด่นเป็นสง่าที่ความสูง 855 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
ปราสาทแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของตระกูลโฮเอินท์ซ็อลเลิร์นมาตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ในศตวรรษที่ 11 ต่อมาก็ถูกทำลายโดยทัพหลวงของราชวงศ์
ฮาพส์บวร์ค และมีการสร้างปราสาทใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม พอถึงกลางทศวรรษที่ 18 ปราสาทหลังนี้ถูกปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรมจึงต้องรื้ออาคารส่วน
มากทิ้ง ซึ่งปราสาทโฮเอินท์ซ็อลเลิร์นที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นผลงานจากสมัยศตวรรษที่ 19

ในปัจจุบันมีการปรับใช้ปราสาทให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น โดยใช้เป็นทั้งโรงละครแบบเปิด สถานที่จัดคอนเสิร์ต สถานที่จัดงานคริสต์มาสประจำ
ทุกปี โดยให้เด็กผู้ด้อยโอกาสให้เข้าร่วมเทศกาลวันหยุดฟรีในทุกๆ ปี เป็นโครงการส่วนหนึ่งของมูลนิธิเจ้าหญิงคีราแห่งปรัสเซีย

 

 

9.ปราสาทวาร์ทเบิร์ก (Wartburg Castle)

ปราสาทวาร์ทเบิร์ก ถูกสร้างขึ้นในปี 1067 เป็นปราสาทอีกหลังที่ยังคงสภาพดั้งเดิมไว้ ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขา ภายในจะมีป้อมสังเกตการณ์
ปืนใหญ่ บ่อน้ำ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีอายุเกือบพันปี ทำให้ปราสาทแห่งนี้ดูเก่าแก่ แต่ก็ยังคงความสวยงามแบบคลาสสิค นอกจากนี้ยังมี
ภาพวาดฝาผนังที่มีการออกแบบตกแต่งด้วยศิลปะโรมัน เพดานห้องส่วนใหญ่ตกแต่งด้วยโมเสกสีสันสวยงาม บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ

ทางการได้ยกย่องให้ปราสาทแห่งนี้ ว่าเป็นเหมือนอนุสาวรีย์แห่งชาติ เนื่องจากมีเรื่องราวเกิดขึ้นที่นี่มากมาย เช่น ที่นี่เคยเป็นที่พักอาศัยของ
“Martin Luther” ที่ถูกเนรเทศให้มาอยู่ที่ปราสาทวาร์ทเบิร์กแห่งนี้ เนื่องจากเป็นผู้ปฏิรูปศาสนาคริสต์โดยแยกมาเป็นนิกายโปรเตสแตนต์ เพราะ
ไม่เห็นด้วยกับบางข้อคำสอนของนิกายคาทอลิก อีกทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์ทั้งศาสนาและพระสันตะปาปา จึงต้องมาอยู่ที่นี่

 

 

10.ปราสาทมาร์คเบิร์ก (Marksburg Castle)

ปราสาทมาร์คเบิร์ก สิ่งปลูกสร้างที่ยอดเยี่ยมแห่งยุคกลาง มีอายุกว่า 700 ปี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ “Rhine” เป็นพื้นที่ที่ใช้ในทางการเมืองการทหาร
ในอดีตใช้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ อีกฟากหนึ่งก็ถูกสร้างให้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษ ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดัง ของเมือง
“Braubach” ประเทศเยอรมัน และถูกขึ้นทะเบียนมรดกโลกในเขตลุ่มแม่น้ำ Rhine ช่วงกลางตอนบน (Upper Middle Rhine Valley) ในปี 2002

 

 

11.ปราสาทแบร์กเฮาเซน (Burghausen)

ปราสาทแบร์กเฮาเซน ตั้งอยู่บนสันเขา ในบาวาเรียตอนบนริมฝั่งแม่น้ำซาลซัค (Salzach) ติดกับพรมแดนออสเตรีย เป็นป้อมปราการที่ยาวที่สุดในยุโรป
ยาวกว่า 1,000 เมตร ภายในจะแบ่งเป็นหลายส่วน เช่น ห้องว่าราชการ ห้องโถงของอัศวิน ห้องพระคลัง หอทรมานนักโทษ คุกใต้ดิน เป็นต้น ที่นี่จึงเป็น
หนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเยอรมนี ปัจจุบันปราสาทแบร์กเฮาเซนเป็นของรัฐ ที่นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ได้

 

 

12.ปราสาทเมสเพลบรุนน์ (Mespelbrunn)

ปราสาทเมสเพลบรุนน์ ตั้งอยู่ริมน้ำ ในหมู่บ้านเมสเพลบรุนน์ บาวาเรีย เป็นปราสาทที่มีคูเมืองล้อมรอบ มีความเงียบสงบ และร่มรื่นไปด้วยพืชพรรณ
ต่างๆ ที่เขียวขจี ในศตวรรษที่ 13 ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นคฤหาสน์ ต่อมาเจ้าของแต่ละรุ่นก็ได้ต่อเติมปราสาทให้มีความแข็งแกร่ง แข็งแรงขึ้น เพื่อ
ปกกันอันตรายชองชนบทในช่วงนั้น ป้อทปราการดั้งเดิมของที่นี่ส่วนใหญ่พังเสียหายไปแล้ว แต่ Bergfried (หอคอยทรงกลม) ได้มีการสร้างขึ้นมา
ใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 16 และยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน

ปราสาทแห่งนี้ถูกครอบครองโดยตระกูล Ingelheim ที่อาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 1648 ด้วยความแข็งแรงของปราสาท ทำให้ตัวปราสาทไม่ได้รับความ
เสียหายจากสงคราม และปัจจุบันปราสาทเมสเพลบรุนน์ เป็นปราสาทที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในเยอรมนี

 

 

13.ปราสาทซิกมาริงเก็น (Sigmaringen)

ปราสาทซิกมาริงเก็น ตั้งอยู่ในรัฐบาเดน-เวิร์ทเทมเบิร์ก ริมแม่น้ำดานูบตอนบน ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1077 ที่นี่มีการสร้างขึ้นใหม่อยู่หลายครั้งมาก แต่ที่
เห็นกันในปัจจุบันเป็นผลมาจากการฟื้นฟูเกือบทั้งหมดหลังจากถูกไฟไหม้ในปี 1893 ที่ยังมีหลงเหลืออยู่จากสมัยศตวรรษที่ 13 ก็คือมีประตู หอคอย
และห้องโถงใหญ่ ปราสาทแห่งนี้มีการเปลี่ยนเจ้าของหลายครั้ง จึงมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและซับซ้อน ปัจจุบันเป็นสมบัติของเจ้าชายและ
เจ้าหญิงแห่งโฮเฮนโซลเลิร์น ภายในมีการจัดแสดงอาวุธไว้กว่า 3000 ชิ้น ซึ่งเป็นของสะสมของเจ้าของเก่าคือ เจ้าชาย Karl Anton นอกจากนี้
ยังมีพิพิธภัณฑ์การทรมาน โบราณวัตถุยุคหิน สิ่งประดิษฐ์ยุคโรมัน และขบวนรถม้าของราชวงศ์ให้ได้ชมกันอีกด้วย

 

สนใจทัวร์ ประเทศเยอรมัน ติดต่อเราได้ที่นี่…

Line : @tourddtooktook

☎โทร: 02-010-8840

สายด่วน: 091-739-6939 พี่หวิน // สายด่วน: 090-894-3331

เว็บไซต์:  https://www.we-rworldtour.com/

Facebook:  https://www.facebook.com/werworldtour/

❤️🧡💛💚💙💜🖤❤️🧡💛💚💙💜🖤❤️🧡💛💚💙💜🖤❤️🧡💛💚💙💜🖤❤️🧡💛💚💙💜

ขอขอบคุณรูปภาพสวยๆ จาก : shutterstock